ตัวอย่างเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อ G-life
เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อ G-life ที่รับประกันตัวเครื่องถึง 5 ปี รองรับการใช้งานได้หลากหลายสถานที่ มีให้เลือกใช้ถึง 2 รุ่น ได้แก่ M-701A และ L-701A
-รุ่น M-701A เหมาะสำหรับห้องนอน ห้องเด็ก ห้องทำงาน หรือห้องปรับอากาศอื่นๆ ที่มีพื้นที่ใช้งานไม่เกิน 60 ตารางเมตร ประกอบด้วยอุปกรณ์มาตรฐานได้แก่ เครื่องฟอกอากาศ,ฟิลเตอร์ ULPA,UV-C และ Remote ทำงานให้กำลังลม Hight 60 CFM,Medium 50 CFM,Low 20 CFM มีขนาด 39.0x 63.5 x 24.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 20 กิโลกรัม ใช้พลังงาน 78 วัตต์, 220 โวลต์ ประมาณการค่าไฟฟ้า ต่อเดือน 30-50 บาท. / เปิด 24 ชั่วโมง / ทุกวัน
-รุ่น L-701A เหมาะสำหรับห้องที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก จึงต้องการการหมุนเวียนของอากาศสูง พื้นที่ใช้งานกว้าง แต่ไม่เกิน 100 ตารางเมตร ประกอบด้วยอุปกรณ์มาตรฐานเหมือนกับรุ่น M-701A แต่กำลังลมมากกว่าคือ Hight 85 CFM,Medium 60 CFM,Low 30 CFM จึงมีขนาดใหญ่ 49.5x 67.5 x 25.0 เซนติเมตร และน้ำหนัก 28 กิโลกรัม
เครื่องฟอกอากาศ G-life ช่วยให้อากาศภายในห้องปรับอากาศของคุณสะอาดขึ้น เป็นระบบฟอกอากาศที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษ ฝุ่นละออง และสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ ได้เป็นอย่างดี
คุณสามารถหาซื้อเครื่องฟอกอากาศยี่ห้อ G-life และยี่ห้ออื่นๆ ได้ทางเว็บไซต์ออนไลน์
ตัวอย่างเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อ Blueair
เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อ Blueair รุ่น 203 (Smoke stop) พัฒนาจากเทคโนโลยีสวีเดน เป็นสินค้าแบรนด์สวีเดน ที่ได้มาตรฐานยุโรปและอเมริกา เครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ ออกแบบมาให้ใช้สำหรับพื้นที่ไม่เกิน 16 ตารางเมตร หรือ 5 ACH ซึ่งอากาศจะเหมาะกับผู้เป็นภูมิแพ้ หรือหากนำไปใช้กับห้องปรับอากาศทั่วไป ให้ใช้สำหรับพื้นที่ไม่เกิน 27 ตารางเมตร หรือ 3 ACH
(ACH=Air Change per Hourคือ อัตราการไหลเวียนอากาศต่อหนึ่งชั่วโมง) การสิ้นเปลืองพลังงานใช้กำลังไฟ 20-80 วัตต์ ,มีขนาดสูง 53.3 x กว้าง 43.2 x ลึก 24.1 เซนติเมตร น้ำหนัก 11 ก.ก. ไส้กรองที่ใช้เป็น Smoke stop ที่มีขนาดใหญ่และหนาเป็นพิเศษด้วยเส้นใยไฟเบอร์กว่าล้านเส้นใยที่มีถึง 3 ขนาด จึงสามารถช่วยดักจับอนุภาคทั้งเล็กและใหญ่ได้เป็นอย่างดี และขจัดกลิ่น ควันและดูดซับสารในรูปก๊าซ ด้วย Activated Carbon หรือเรียกว่า ถ่านกัมมันต์ โครงสร้างมีลักษณะเป็นรูพรุน สีดำ มีพื้นที่ผิวสูง มีคุณสมบัติในการดูดซับสารต่างๆ ได้ดี ที่สำคัญตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน เพราะทำด้วยเหล็กกล้าเคลือบพิเศษ ที่เรียกว่า galvanized steel อายุการใช้งานของไส้กรอง Smoke stop ควรเปลี่ยนทุก 6 เดือน คุณสามารถหาซื้อเครื่องฟอกอากาศยี่ห้อ Blueair และยี่ห้ออื่นๆ ได้ทางเว็บไซต์ออนไลน์
ตัวอย่างเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อ HONEYWELL
เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อ HONEYWELL ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีระดับสูงจาก U.S.A.
มีผลิตมาจำหน่ายอยู่หลายรุ่น รุ่นที่แนะนำวันนี้ คือ เครื่องฟอกอากาศ HONEYWELL HA170E
ออกแบบมาให้ใช้กับพื้นที่ทั่วไปไม่เกิน 33 ตารางเมตร หรือพื้นที่สำหรับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ไม่เกิน 20 ตารางเมตร สิ้นเปลืองกำลังไฟอยู่ที่ 86 วัตต์ 50 เฮิร์ต เครื่องฟอกอากาศ HONEYWELL ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์อเมริกา มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในอเมริกาและอีกหลายประเทศ อีกทั้งยังได้รับการรับรองจากหลายสถาบันที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและโรคทาง เดินหายใจ เช่น องค์การอาหารและยาในสหรัฐอเมริกาในหมวดเครื่องมือแพทย์ (US FDA Class II Medical Device),ได้รับอนุมัติให้ใช้ในโรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกา (Certified Acceptable For Hospital Area) ,ได้รับการแนะนำให้ใช้โดยสถาบันปอดแห่งสหรัฐอเมริกา (American Lung Association) และ ได้รับการรับรองจาก สถาบันโรคภูมิแพ้แห่งประเทศแคนาดา Asthma Society of Canada เป็นต้น เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อ HONEYWELL รับประกันคุณภาพสินค้า และอะไหล่ทุกชิ้นถึง 5 ปี แต่ไม่รวมไส้กรอง คุณสามารถหาซื้อเครื่องฟอกอากาศยี่ห้อ HONEYWELL และยี่ห้ออื่นๆ ได้ทางเว็บไซต์ออนไลน์
ตัวอย่างเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อ SHARP
เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อ SHARP มีหลายรุ่น รุ่นที่จะแนะนำได้แก่... เครื่องฟอกอากาศ SHARP FU-A28TA ด้วยระบบฟอกอากาศเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ (สิทธิบัตรของ SHARP โดยเฉพาะ) ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคไม่ว่าจะเชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อไวรัสไข้หวัดนก H5N1 รวมทั้งขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์และสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นได้เป็นอย่างดี ด้วยแผ่นกรองฝุ่น HEPA เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์สามารถกำจัดเชื้อโรคในอากาศด้วยกลไก ดังนี้
-กลไกการสร้างอนุภาคไฟฟ้าบวกและลบ (เหมือนกับอนุภาคที่สร้างขึ้นจากธรรมชาติ จึงมั่นใจในความปลอดภัย) แล้วปล่อยอนุภาคออกมาด้วยกระแสพลาสม่า
-กลไกการทำลายโปรตีนที่ผิวหนังของเชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ด้วยปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น ทำให้โปรตีนแตกตัว
-กลไกของอนุภาคไฟฟ้าเปลี่ยนเป็นน้ำกลับคืนสู่อากาศ เกิดเป็นชั้นโมเลกุลของน้ำรอบๆอนุภาคไฟฟ้า ช่วยทำให้อนุภาคไฟฟ้ามีอายุยาวนานขึ้น
เครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ เหมาะใช้งานในห้องปรับอากาศของบ้านเรือน และห้องทำงาน ที่มีพื้นที่ทำงานขนาด 19 ตารางเมตร การทำงานของระบบพลาสม่าคลัสเตอร์สามารถเลือกเปิดหรือปิดได้
ตัวอย่างเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อ TOSHIBA
เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อ TOSHIBA ที่พัฒนาเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น มีผลิตมาจำหน่ายหลายรุ่น รุ่นที่จะแนะนำ ได้แก่... เครื่องฟอกอากาศ TOSHIBA CAF-G2(W)A ออกแบบมาด้วย Harmonious Design จึงสามารถใช้ได้อย่างลงตัวกับห้องปรับอากาศต่างๆ ที่มีพื้นที่ขนาด 23 ตารางเมตร ด้วยประสิทธิภาพ Negative Ion Technology ทำให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยคุณภาพอากาศที่สะอาดขึ้น จาก Anti-Bacterial Filter และ Coulomb HEPA Filter ชุดกรองประสิทธิภาพสูง สามารถกรองฝุ่นละอองเชื้อโรคและสลายกลิ่นได้เป็นอย่างดี ทำให้คุณได้รับอากาศที่ทั้งสะอาดและสดชื่น และยังลดปริมาณไฟฟ้าสถิตย์ในอากาศ ยืนยันผลจากการทดลองของ Static Electricity Removes Lab นอกจากนี้ เครื่องฟอกอากาศ TOSHIBA CAF-G2(W)A ยังมีระบบตรวจสอบสภาพอากาศอัตโนมัติสามารถปรับระดับลมอัตโนมัติ ตามปริมาณฝุ่นและกลิ่นในอากาศ ที่เรียกว่า Sensor Automatic Operation และระบบ “Minus Ion” คอยดักจับเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่ลอยในอากาศ คุณสามารถหาซื้อเครื่องฟอกอากาศยี่ห้อ TOSHIBA และยี่ห้ออื่นๆ ได้ทางเว็บไซต์ออนไลน์
เครื่องฟอกอากาศ กับการตรวจวัดแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศ
เครื่องฟอกอากาศ ช่วยฆ่าเชื้อและกรองแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจวัดแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศ ส่วนใหญ่จะตรวจวัดเป็นปริมาณแบคทีเรียรวมและเชื้อรารวมที่มีอยู่ในอากาศ โดยวิธีการเก็บตัวอย่างต้องใช้เครื่องมือดูดอากาศภายในห้องเข้าไปในตลับเก็บตัวอย่างซึ่งภายในมีจานเพาะเชื้อวางอยู่ การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาปริมาณแบคทีเรียรวมและเชื้อรารวมจะใช้วิธีเดียวกันคือ การดูดอากาศใส่จานเพาะเชื้อดังกล่าว แต่จะต่างกันที่ชนิดของอาหารเลี้ยงเชื้อบนจานเพาะเชื้อ อุณหภูมิและเวลาเพาะเชื้อ ดังนี้
-แบคทีเรีย จะเจริญได้ดีในอาหารเลี้ยงเชื้อ Tryptic Soy Agar (TSA) เพาะเชื้อที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง
-เชื้อรา จะเจริญได้ดีในอาหารเลี้ยงเชื้อ Malt Extract Agar (MEA) เพาะเชื้อที่อุณหภูมิ 35-37 องศาเซลเซียส นาน 3-5 วัน
เมื่อครบกำหนดเวลาเพาะเชื้อให้นำจานเพาะเชื้อมานับจำนวนโคโลนีของแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งลักษณะโคโลนีของเชื้อทั้งสองชนิดนี้จะแตกต่างกัน
เครื่องฟอกอากาศ กับอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ
การตรวจสอบคุณภาพของอากาศถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะอาคารที่มีความเสี่ยงหรืออยู่ในเขตนิคมโรงงานอุตสาหกรรม ถึงแม้ว่าจะมีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศแล้วก็ตาม ก็ควรมีการตรวจวัดเป็นระยะๆ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพของอากาศ การตรวจวัดคุณภาพอากาศจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ตรวจวัด ได้แก่
#มิเตอร์วัดคุณภาพอากาศ (Air Quality Meter) สำหรับใช้วัด อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และความเร็วลม
#มิเตอร์วัดปริมาณฝุ่น (Dust Meter) สำหรับใช้วัดปริมาณฝุ่น ควัน ละออง และไอระเหยขนาดต่างๆ
ข้อควรรู้คือ
-ความหมายของ PM ซึ่งย่อมาจากคำว่า Particulate Mater หมายถึง ฝุ่นละออง
-PM10 คือ ฝุ่นหยาบมีขนาด2.5-10 ไมครอน
-PM2.5 คือ ฝุ่นละเอียดขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน
-สิ่งปนเปื้อนในอากาศที่หายใจเข้า เป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ประกอบด้วย ฝุ่นละออง ไอเสียเครื่องจักร ควันบุหรี่ ไอสารต่างๆ
การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการต้องไปหาหมอและค่าตรวจวัดคุณภาพอากาศลงได้
ค่าพารามิเตอร์และค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศ
ค่าพารามิเตอร์และค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศต่างๆ ทำให้เราทราบถึงคุณภาพของอากาศบริเวณนั้นๆได้จากการตรวจวัดด้วยอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ
ค่าพารามิเตอร์และค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศ (มาตรฐานอ้างอิง)ได้แก่
-อุณหภูมิ ที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 23-26 °C (ASHRAE 55-1992)
-ความชื้นสัมพัทธ์ ที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 30-60% (ASHRAE 55-1992)
-ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พบปริมาณไม่เกิน 1,000 ppm (ASHRAE 62.1-2007)
-ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ พบปริมาณไม่เกิน 9 ppm (สวล. 2538)
-อัตราแลกเปลี่ยนอากาศ มีมากกว่า 2 ACH (วสท. 2547)
-อนุภาคขนาดเล็ก (PM2.5) พบปริมาณไม่เกิน 0.025 mg/m3 (สวล. 2547)
-เชื้อแบคทีเรีย มีปริมาณน้อยกว่า 100 CFU/m3 (WHO 1988)
-เชื้อรา มีปริมาณน้อยกว่า 50 CFU/m3 (WHO 1988)
-เชื้อรา Aspergillus มีปริมาณน้อยกว่า 2 CFU/m3 (Alberti et al. 2001)
หากผลการตรวจวัดตามพารามิเตอร์ต่างๆข้างต้น ของอากาศ พารามิเตอร์ใดได้ผลที่ไม่อยู่ในค่ามาตรฐาน เราก็สามารถแก้ปัญหาเฉพาะพารามิเตอร์นั้นๆได้ การใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีระบบกรองหลายขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้คุณหมดกังวลในเรื่องคุณภาพของอากาศไปได้
คุณภาพอากาศภายในอาคารมีความสำคัญอย่างไร?
คนส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของเวลาในแต่ละวัน เพื่อทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆอยู่ภายในอาคาร และมีข้อมูลพบว่าอาคารเกือบทั่วโลกมีปัญหาด้านคุณภาพอากาศภายในอาคารถึงร้อยละ 30 ปัญหาด้านคุณภาพอากาศ เป็นภัยเงียบที่เกิดจาก “ภาวะมลพิษทางอากาศภายในอาคาร” หรือ “Indoor Air Pollutant” ซึ่งหมายถึง ภาวะที่อากาศภายในอาคารนั้นๆมีสิ่งเจือปนอยู่ในปริมาณและระยะเวลาที่นานพอ จนทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของคน หรือต่อสิ่งแวดล้อมในบริเวณนั้น ซึ่งมลพิษอาจมาจากสิ่งต่าง เช่น ไรฝุ่นจากที่นอนหรือโซฟาเฟอร์นิเจอร์, ขนสัตว์จากสัตว์เลี้ยงภายในบ้านหรืออาคาร, เชื้อราและแบคทีเรียจากบริเวณที่อับชื้น เช่นห้องครัวหรือห้องน้ำ, ไอสารเคมีจากยาฆ่าแมลงต่างๆ ตลอดจนควันบุหรี่หรือไอควันจากการประกอบอาหาร หรือเชื้อโรคจากเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ภาวะมลพิษทางอากาศภายในอาคารดังกล่าว ป้องกันได้ด้วยเครื่องฟอกอากาศที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ของอาคาร
คุณภาพอากาศภายในอาคารคืออะไร?
คุณภาพอากาศภายในอาคาร คือ ลักษณะหรือสภาพของอากาศในบริเวณใดบริเวณหนึ่งภายในอาคารหรือที่พักอาศัย การพิจารณาว่าอากาศที่ดีเป็นอย่างไรมีเงื่อนไขดังนี้
-อากาศที่ทำให้คนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นๆเกิดความรู้สึกสุขสบาย ซึ่งเป็นผลมาจากอุณหภูมิของอากาศที่ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม ตลอดจนความเร็วของลมในอากาศบริเวณนั้นไม่แรงจนเกินไป-อากาศที่ทำให้การหายใจของคนเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณความเข้มข้นของออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในบริเวณนั้นๆ มีปริมาณที่เหมาะสม-อากาศที่ไม่ก่อให้เกิดผลร้ายต่อสุขภาพและร่างกายของคนผู้อยู่อาศัย อากาศที่ทำร้ายต่อสุขภาพของคนเราได้จะเป็นอากาศที่มีการปนเปื้อนมลพิษ เช่น ก๊าซ ไอสารเคมี สารกัมมันตภาพรังสี และอนุภาคของสิ่งสกปรกอื่นๆ ในปริมาณมากจนก่อให้เกิดผลร้ายต่อสุขภาพของคนเครื่องฟอกอากาศ สามารถสร้างอากาศที่ดีภายในอาคารดังกล่าวข้างต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพหากต้องการเครื่องฟอกอากาศคุณภาพมาตรฐาน มอก. ราคาพิเศษ เชิญคลิ๊กเข้าชมสินค้าและสั่งซื้อได้ทางเว็บไซต์ออนไลน์